|
|
เตือนภัย “แบล็คเฮนน่า“ สารเคมีอันตรายเสี่ยงแพ้รุนแรงและแผลเป็นถาวร
การเพ้นท์เฮนน่า (Henna Tattoo) เป็นศิลปะบนเรือนร่างแบบชั่วคราวที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ เนื่องจากให้ลวดลายที่สวยงามคล้ายรอยสักและสามารถลบเลือนไปได้เอง อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสวยงามและราคาที่ไม่แพงนั้น ได้ซ่อนความเสี่ยงและอันตรายร้ายแรงต่อผิวหนังเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “แบล็คเฮนน่า“ (Black Henna) ที่ไม่ใช่เฮนน่าบริสุทธิ์และอาจมีสารเคมีอันตรายผสมอยู่
ความแตกต่างระหว่าง เฮนน่าธรรมชาติ และ “แบล็คเฮนน่า“
ก่อนจะพูดถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เราต้องทำความเข้าใจความแตกต่างของเฮนน่าแต่ละชนิด เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างปลอดภัย
- เฮนน่าธรรมชาติ (Natural Henna): ทำจากใบของต้นเทียนกิ่งที่นำมาบดเป็นผงผสมน้ำ ให้สีธรรมชาติเป็นโทนน้ำตาล, ส้มแดง, หรือน้ำตาลเข้ม (ไม่ดำสนิท) มีความปลอดภัยสูง และอาการแพ้มักไม่รุนแรง หากแพ้จริงจะเป็นเพียงผื่นแดงหรือคันเล็กน้อย
- แบล็คเฮนน่า (Black Henna): คือเฮนน่าที่ถูกเติมสารเคมีอันตรายลงไป เพื่อให้ได้สีดำเข้มติดทนและแห้งเร็วยิ่งขึ้น สารเคมีที่สำคัญและอันตรายที่สุดคือ พาราฟีนีลีนไดอะมีน (Para-Phenylenediamine - PPD) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในน้ำยาย้อมผม เสี่ยงต่อการแพ้ขั้นรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนถาวร
อันตรายที่แฝงอยู่ใน “แบล็คเฮนน่า“ จากสาร PPD
สาร PPD (Para-Phenylenediamine) ที่เติมลงในแบล็คเฮนน่า มีฤทธิ์กัดกร่อนและก่อให้เกิดการแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) ขั้นรุนแรงต่อผิวหนัง หากผิวสัมผัสกับสาร PPD ในปริมาณความเข้มข้นสูง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพดังต่อไปนี้
1. การอักเสบและอาการแพ้เฉียบพลัน
อาการมักจะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ถึง 3 สัปดาห์หลังการเพ้นท์ โดยผิวหนังบริเวณที่สัมผัสสีเฮนน่าจะบวมแดงและคันอย่างรุนแรง นอกจากนี้อาจเกิดตุ่มน้ำและแผลพุพองตามรอยลวดลายที่เพ้นท์ไว้ และผู้ที่แพ้อาจรู้สึกแสบร้อนคล้ายถูกไฟไหม้ที่บริเวณผิวหนัง
2. ภาวะแทรกซ้อนถาวรที่ผิวหนัง
นี่คืออันตรายร้ายแรงที่สุดที่อาจเกิดขึ้น เมื่อตุ่มน้ำหรือแผลพุพองหายแล้ว จะทิ้งรอยแผลเป็นนูนหนา (Keloid/Hypertrophic Scar) ไว้ตามรอยลวดลายที่เพ้นท์ ซึ่งไม่สามารถลบออกได้ นอกจากนี้ สีผิวบริเวณที่สัมผัสสารเคมีอาจเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือสีซีดกว่าปกติอย่างถาวร
3. ความเสี่ยงต่อสุขภาพอื่น ๆ ในระยะยาว
เมื่อร่างกายได้รับสาร PPD เข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างแอนติบอดีต่อต้านสารดังกล่าว ส่งผลให้ในอนาคต หากมีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี PPD เป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำยาย้อมผม อาจเกิดอาการแพ้ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ในบางกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรงมาก สารนี้อาจกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกหรือสลายตัว จนนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้อีกด้วย
แนวทางการเลือกเพ้นท์เฮนน่าอย่างไรให้ปลอดภัย
เพื่อหลีกเลี่ยงภัยร้ายจากสารเคมีใน “แบล็คเฮนน่า“ คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ก่อนการตัดสินใจเพ้นท์
ควรเลือกสีเฮนน่าที่เป็น “สีน้ำตาล“ หรือ “สีน้ำตาลแดง“ เท่านั้น และหลีกเลี่ยงเฮนน่าที่มีสีดำสนิทหรือสีฟ้าโดยเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะผสม PPD และควรหลีกเลี่ยงเฮนน่าที่โฆษณาว่า “ติดทนเร็ว“ เนื่องจากเฮนน่าแท้ต้องใช้เวลาในการทิ้งไว้ 4-8 ชั่วโมงขึ้นไปเพื่อให้สีติด
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทดสอบการแพ้ก่อนเสมอ โดยการแต้มสีเฮนน่าลงบนผิวหนังบริเวณเล็ก ๆ แล้วทิ้งไว้ 48-72 ชั่วโมง หากไม่มีอาการแดง, คัน, หรือบวม จึงค่อยดำเนินการเพ้นท์จริง และหากหลังเพ้นท์แล้วผิวหนังมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาทันที |
|