CasinoGames 发表于 2025-10-28 17:48:53

แบรนด์ Supreme โลโก้สีแดง แพงแน่นอน ทำไมของแต่ละชิ้น ราคาสูงลิ่ว

รู้จัก Supreme แบรนด์สตรีทตัวพ่อ ผู้นิยามคำว่า “Hype“ จากร้านสเก็ตสู่ Luxury Streetwear

หากพูดถึงคำว่า “Hype“ ในวงการแฟชั่น ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ Supreme แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติอเมริกัน กับโลโก้สี่เหลี่ยมสีแดงตัวอักษรสีขาว (Box Logo) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Supreme ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้า แต่คือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนกฎเกณฑ์ของวงการค้าปลีก และยกระดับตัวเองจากร้านสเก็ตบอร์ด สู่สถานะ “Luxury Streetwear“ อย่างเต็มภาคภูมิ เส้นทางของ Supreme เริ่มต้นขึ้นในปี 1994 บนถนน Lafayette ในย่านโซโห มหานครนิวยอร์ก โดยผู้ก่อตั้งชาวอังกฤษ เจมส์ เจบเบีย (James Jebbia)

/uploads/allimg/2025/10/4186503352451103869.jpg
จุดเริ่มต้น: ร้านสเก็ตที่เป็นมากกว่าร้านค้า

เจมส์ เจบเบีย ไม่ได้เริ่มต้น Supreme ในฐานะดีไซเนอร์ แต่ในฐานะผู้สร้าง “พื้นที่“ เขาสังเกตเห็นว่าร้านสเก็ตในยุคนั้นมักจะคับแคบและไม่ต้อนรับลูกค้าทั่วไป เขาจึงเปิดร้าน Supreme ด้วยดีไซน์ที่โปร่ง โล่ง สบาย เปิดเพลงเสียงดัง และอนุญาตให้สเก็ตเตอร์เข้ามาในร้านได้ ทำให้ที่นี่กลายเป็น “คลับเฮาส์“ หรือจุดนัดพบของเหล่าสเก็ตเตอร์ ศิลปิน และผู้คนในวัฒนธรรมย่อยของนิวยอร์ก ในยุคแรกเริ่ม Supreme ขายเสื้อยืดและฮู้ดดี้ที่มีโลโก้ Box Logo อันโด่งดัง ซึ่งเจบเบียได้รับแรงบันดาลใจ (หรือบ้างก็ว่า “ลอกเลียน“) มาจากงานศิลปะแนวโฆษณาชวนเชื่อของศิลปิน บาร์บารา ครูเกอร์ (Barbara Kruger)

/uploads/allimg/2025/10/5985597456999058315.jpg
กลยุทธ์สร้าง “Hype“ ที่โลกต้องจำ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Supreme แตกต่างและมีมูลค่ามหาศาล คือโมเดลธุรกิจที่ท้าทายทุกตำราการตลาด Supreme ไม่ได้ผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการ แต่ผลิตในจำนวนจำกัดอย่างยิ่งยวด

Supreme ใช้วิธีการ “Drop“ สินค้าใหม่ทุกวันพฤหัสบดี (Thursday Drops) สินค้าที่ออกมาในแต่ละสัปดาห์จะไม่ถูกผลิตซ้ำอีก กลยุทธ์ความขาดแคลน (Scarcity) นี้เอง ที่สร้างปรากฏการณ์ “Hype“ ผู้คนยอมต่อคิวนอนรอข้ามคืน (Camp-out) เพื่อให้ได้สิทธิ์ซื้อสินค้า และก่อให้เกิดตลาดรีเซล (Resale Market) ที่สินค้ามีราคาสูงกว่าป้ายหลายเท่าตัว
การคอลแลบส์ (Collabs) สู่สถานะ Luxury

/uploads/allimg/2025/10/6394088291209221816.jpg

Supreme คือเจ้าพ่อแห่งการคอลแลบส์ ไม่ว่าจะเป็นกับแบรนด์สตรีทด้วยกัน (เช่น The North Face, Nike) หรือศิลปินดัง (เช่น Jeff Koons, Damien Hirst) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการและยกระดับ Supreme สู่ Luxury Brand เต็มตัว คือการร่วมงานกับ Supreme x Louis Vuitton ในปี 2017 คอลเลกชันนี้ได้หลอมรวมโลโก้ Box Logo เข้ากับ Monogram ของแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกอย่างแนบเนียน มันคือการประกาศว่าสตรีทแวร์ได้ก้าวข้ามกำแพงและกลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นชั้นสูงแล้ว หลังจากนั้น Supreme ก็ได้ร่วมงานกับแบรนด์หรูอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น Rimowa, Tiffany & Co. และ Burberry
ของสะสมสุด Hype ที่ราคาสูงเสียดฟ้า

ด้วยความหายากและสถานะทางวัฒนธรรม ทำให้ไอเทมของ Supreme กลายเป็นของสะสมที่นักลงทุนตามหา และมีราคาประมูลที่น่าตกใจ

[*]Supreme x Louis Vuitton Trunk: หีบเดินทางในตำนานจากการคอลแลบส์ครั้งประวัติศาสตร์ ถือเป็น “Holy Grail“ ของวงการ ราคาในตลาดรีเซลสูงหลายล้านบาท
[*]Supreme Pinball Machine: เครื่องเล่นพินบอลที่ผลิตโดย Stern ในปี 2018 ซึ่งใช้งานได้จริง ผลิตในจำนวนจำกัดมาก และกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่แสดงสถานะของผู้ครอบครอง
[*]Artist Skateboard Decks: สเก็ตบอร์ดที่ทำร่วมกับศิลปินระดับโลก โดยเฉพาะเซ็ตของ Damien Hirst (2009) หรือ Jeff Koons (2006) มีราคาประมูลสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาท
[*]Original Box Logo T-Shirts: เสื้อยืด BOGO รุ่นแรกๆ หรือรุ่นพิเศษ (เช่น ลาย Hebrew หรือ ลาย Sample) ถือเป็นของวินเทจที่นักสะสมตัวจริงยอมจ่ายในราคาสูงลิ่ว

สรุป

จากร้านสเก็ตเล็กๆ ในนิวยอร์ก Supreme ได้ปฏิวัติวงการแฟชั่นด้วยการใช้ “ความขาดแคลน“ เป็นเครื่องมือทางการตลาด และใช้ “การคอลแลบส์“ เพื่อทลายกำแพงระหว่างวัฒนธรรมย่อยกับโลกแฟชั่นชั้นสูง Supreme ไม่ได้ขายเสื้อผ้า แต่ขาย “สถานะ“ และความเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่เรียกว่า “Hype“
แหล่งอ้างอิง

[*]The Business of Fashion
[*]Highsnobiety
[*]Vogue
[*]Complex
[*]Sotheby\“s
[*]GQ
[*]CR Fashion Book
页: [1]
查看完整版本: แบรนด์ Supreme โลโก้สีแดง แพงแน่นอน ทำไมของแต่ละชิ้น ราคาสูงลิ่ว