3 เครื่องปรุง ยิ่งกินเยอะยิ่ง “ขโมย” อายุยืน แต่ใกล้ตัวจนดูไม่อันตราย คนรุ่นใหม่แทบขาดไม่ได้!
เตือน 3 เครื่องเทศ กินเยอะยิ่งอันตราย เปรียบเสมือน “ตัวขโมย” อายุยืน แต่คนรุ่นใหม่กินกันทุกวัน!เพียงควบคุมปริมาณเครื่องเทศทั้ง 3 ชนิดด้านล่างนี้ คุณก็จะนอนหลับได้ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และมีอายุยืนยาวขึ้น
เครื่องเทศคือ “จิตวิญญาณ“ ของอาหารหลายจาน แต่คุณไม่ควรปรุงรสอย่างไม่เลือกหน้าหรือโดยไม่ควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทาน หากใช้เครื่องเทศในทางที่ผิด เครื่องเทศบางชนิดจะรบกวนนาฬิกาชีวภาพและ “ทำลาย“ การนอนหลับของคุณอย่างเงียบๆ ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องเทศเหล่านี้ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพและทำให้อายุสั้นลงอีกด้วย ตัวอย่างเครื่องเทศ 3 ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่
1. พริก
ความรู้สึกเผ็ดร้อนเป็นความปรารถนาที่ใครหลายคนไม่อาจละทิ้งได้ แต่สารออกฤทธิ์แคปไซซินในพริกเป็นสารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกาย “ร้อนขึ้น“ การนอนหลับสนิทจำเป็นต้องลดอุณหภูมิร่างกายตามธรรมชาติ แต่แคปไซซินกลับตรงกันข้าม ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น ทำให้นอนหลับยากและตื่นกลางดึกได้ง่าย
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Psychophysiology แสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารรสเผ็ดใกล้เวลานอนจะลดระยะเวลาการนอนหลับลึกลงอย่างมาก นอกจากนี้ พริกยังสามารถทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อน และความผิดปกติของระบบย่อยอาหารได้ง่ายหากรับประทานเป็นประจำในช่วงเย็น อันตรายยิ่งกว่านั้นคือ พริกขึ้นราหรือพริกป่นอาจมีสารพิษอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในตับตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนไว้ ในระยะยาว การรับประทานอาหารรสเผ็ดไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลงเท่านั้น แต่ยังทำให้อายุสั้นลงเนื่องจากผลกระทบต่อตับและระบบย่อยอาหารอีกด้วย
2. น้ำตาล
น้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสที่พบได้ทั่วไป แต่หากรับประทานในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรงได้ เมื่อคุณรับประทานมากเกินไปในตอนเย็น ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วลดลงอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ประสาทตึงเครียด ทำให้คุณนอนไม่หลับแทนที่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition แสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะลดการนอนหลับสนิทและเพิ่มความถี่ในการตื่นกลางดึก การอดนอนเป็นเวลานานจะรบกวนจังหวะการทำงานของร่างกาย นำไปสู่โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ถือว่าเป็น “ตัวการสำคัญที่ทำให้อายุยืน“ สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA) แนะนำให้จำกัดการบริโภคน้ำตาลที่เติมเข้าไปไม่เกิน 25-36 กรัมต่อวัน เพื่อปกป้องหัวใจและการนอนหลับ
3. เกลือ
เกลือเป็นเครื่องเทศที่มักถูกนำไปใช้อย่างผิดวิธีในอาหารรสเค็ม เมื่อบริโภคมากเกินไป ร่างกายจะถูกบังคับให้กักเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุลระดับโซเดียม ส่งผลให้ปริมาณเลือดและความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ภาวะนี้ทำให้หัวใจทำงานหนัก หลอดเลือดตีบ นำไปสู่อาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย และตื่นง่าย
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep ชี้ให้เห็นว่าอาหารรสเค็มอาจทำให้เกิดหรือทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแย่ลง โซเดียมที่มากเกินไปทำให้ของเหลวสะสมรอบทางเดินหายใจส่วนบน นำไปสู่การนอนกรนเสียงดังและภาวะขาดออกซิเจนในช่วงกลางคืน การขาดออกซิเจนเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว และทำให้อายุขัยสั้นลง
กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ระบุว่าผู้ใหญ่ไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา การลดปริมาณเกลือไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการรักษาสุขภาพหัวใจและสมองให้แข็งแรงอีกด้วย
/uploads/allimg/2025/10/5222079866170171395.jpg
页:
[1]