เปิดสูตร “น้ำมันมะกอก” กินแบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด
3 วิธีกิน “น้ำมันมะกอก“ ให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด พร้อมหลักการเลือกที่ถูกต้อง“น้ำมันมะกอก“ โดยเฉพาะชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil - EVOO) ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในไขมันที่ดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากน้ำมันมะกอกนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบหลักการเลือกและการนำไปใช้ในการบริโภคอย่างถูกต้องและเหมาะสม
1. หลักการเลือกชนิดของ “น้ำมันมะกอก“ ที่มีคุณภาพ
ประโยชน์หลักของน้ำมันมะกอกมาจากสารประกอบฟีนอล (Polyphenols) และสารต้านอนุมูลอิสระ การเลือกชนิดที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับการบริโภค น้ำมันมะกอกชนิดที่ดีที่สุดคือ Extra Virgin Olive Oil (EVOO) ซึ่งผลิตโดยการบีบเย็นครั้งแรกและไม่ผ่านความร้อนหรือสารเคมีใด ๆ EVOO จึงมีรสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอม และมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด
ชนิดรองลงมาคือ Virgin Olive Oil ซึ่งคุณภาพและสารอาหารจะลดลงเล็กน้อย ส่วน Pure Olive Oil หรือ Light Olive Oil เป็นน้ำมันที่ผ่านกระบวนการกลั่นมามาก ทำให้สารอาหารและคุณประโยชน์ลดลงอย่างมาก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำให้เลือกใช้ EVOO สำหรับการบริโภคในชีวิตประจำวัน
2. วิธีการบริโภคน้ำมันมะกอกเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการ
การใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานานจะทำลายสารประกอบฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระ การกินแบบสดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสารอาหารให้ครบถ้วน โดยสามารถนำไปใช้เป็นน้ำสลัดเพื่อราดบนผักสด หรือใช้จิ้มกับขนมปังโฮลวีตก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ การราดน้ำมันมะกอก (EVOO) ประมาณ 1–2 ช้อนโต๊ะ บนอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว เช่น ซุป สตูว์ หรือพาสต้า ก็เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม
สำหรับการปรุงอาหารสามารถใช้ EVOO ในการผัดหรือทอดแบบรวดเร็วที่ใช้ความร้อนไม่สูง เนื่องจาก EVOO มีจุดเกิดควันไม่สูงมาก ควรหลีกเลี่ยงการทอดด้วยความร้อนสูงจัดและการใช้น้ำมันซ้ำ เพราะจะทำลายสารอาหารและอาจทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระขึ้นมาได้
3. ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันและข้อควรรู้ในการเก็บรักษา
เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี ควรบริโภคน้ำมันมะกอกในปริมาณที่พอเหมาะตามคำแนะนำทางโภชนาการ โดยทั่วไปผู้ใหญ่สามารถบริโภคได้ประมาณ 1–4 ช้อนโต๊ะต่อวัน การบริโภคประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 30 มิลลิลิตร) ต่อวันอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
สำหรับการเก็บรักษา แสงสว่าง ความร้อน และอากาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้น้ำมันมะกอกเสื่อมคุณภาพ ควรเก็บไว้ในขวดสีเข้มหรือภาชนะทึบแสงในที่เย็นและมืด เช่น ในตู้กับข้าว และต้องปิดฝาให้แน่นสนิททุกครั้งหลังการใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำมัน
คุณประโยชน์ที่น่าสนใจของ “น้ำมันมะกอก“
น้ำมันมะกอกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น วิตามินอี และสารโอลีโอแคนทัล (Oleocanthal) ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) การบริโภคเป็นประจำจึงดีต่อสุขภาพหัวใจอย่างยิ่ง
[*]ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
[*]ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เพราะทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น
[*]บำรุงระบบย่อยอาหารและช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
[*]สามารถใช้บำรุงผิวพรรณและเส้นผม เพิ่มความชุ่มชื้นและลดความแห้งกร้าน
การกิน “น้ำมันมะกอก“ ให้ได้ประโยชน์สูงสุดเริ่มต้นจากการเลือกใช้ Extra Virgin Olive Oil คุณภาพสูง และเน้นการบริโภคแบบสด เช่น การราดสลัด หรือราดบนอาหารหลังปรุงเสร็จ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสารต้านอนุมูลอิสระอันเป็นหัวใจสำคัญของประโยชน์ต่อสุขภาพ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับมื้ออาหารและดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
页:
[1]